Tag Archives: สวดมนต์

บทสวดมนต์ บทสวดก่อนนอน บทแผ่เมตตาและอานิสงส์การสวด

สวดมนต์

สวดมนต์ หลายท่านได้ทำตอนก่อนเข้านอน หรือ หลังตื่นนอนตอนเช้า เพราะการสวดมนต์มีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างสมาธิให้จิตใจมีที่ยึดมั่นในความดี ยึดมั่นใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  อย่างมีสติธรรม ในการสร้างชำระจิตใจ ซึ่งจิตในแต่ละวันของเรานั้นจะรับความรู้สึกผ่านเข้ามาหลายเรื่องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความโลภ ความหลง ทำให้จิตใจมีความมั่วหมอง ดังนั้น การสร้างสมาธิ สติ จึงสำคัญต่อจิตใจให้มีความเบิกบาน ถ้ามีทุกข์หรือความมัวหมองจากการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน การสวดมนต์นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่กำลังสร้างสติ สมาธิ กำลังใจ ให้กับจิตใจของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากจะได้รับความรู้สึกที่ดีและเชื่อมั่นจากการสวดมนต์เเล้ว ยังได้อานิสงส์แห่งปัญญา รวมถึงความสบายใจที่ได้สวดมนต์แผ่เมตตา อโหสิกรรรม ให้กับเจ้ากรรมนายเวรอีกด้วย สวดมนต์ ฝึกเร่ิมจากก่อนเข้านอน ซึ่งมีบทสวดก่อนนอนดังนี้ กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (3 ครั้ง) บทสวด คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ บทสวด บทกราบพระรัตนตรัย อะระหัง […]

สวดมนต์ข้ามปี 2567 ต้อนรับเสริมดวงปีมังกรทอง(ปีมะโรง) พร้อมพิกัด

สวดมนต์ข้ามปี

สวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมดี ๆ ส่งท้ายปีเก่า 2566 เข้าสู่ ปี 2567 หรือ ปีมะโรง (ปีมังกรทอง) อีกหนึ่งกิจกรรมเป็นที่นิยมสำหรับการเสริมดวงสิริมงคลแก่ชีวิต คือ สวดมนต์ข้ามปี เสริมสร้างจิตใจให้ผ่องใสและเบิกบานจากการสวดมนต์ ขอพร ให้กับตัวเอง ในวันส่งท้ายปีใหม่  หลายวัดในหลายๆ ที่โดยเฉพาะวัดดัง ๆ ในกรุงเทพ ได้จัดการสวดมนต์ข้ามปี บทสวดมนต์ข้ามปี มีดังนี้ บทที่ 1 คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ บทที่ 2 บทกราบพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ […]

ความหมายของ “ดอกบัว” ในพระพุทธศาสนา !!

ความหมายของ ดอกบัว ในพระพุทธศาสนา !!

ดอกบัว กับพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่คู่กันมาโดยตลอด เมื่อเราไปวัด หรือ สถานที่ปฎิบัติธรรม เรามักจะ สังเกตเห็นว่าสิ่งที่พุทธศาสนิกชนนำมากราบและถวายบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องมีดอกบัวเป็นดอกไม้พุทธบูชาประเภทหนึ่งอยู่เสมอ และเราก็มักจะได้ยินถึงการเปรียบเทียบดอกบัวกับมนุษย์ที่บอกว่า บัวก้นบึ้ง เปรียบเทียบกับ โมฆะบุรุษ มนุษย์ที่เกิดมาสูญเปล่า ไม่รู้ผิดหรือชอบ ไม่เกรงกลัวในบาปกรรม บัวใต้น้ำ เปรียบเทียบกับ บุคคลที่ยังรู้ผิดชอบชั่วดีบ้าง มีศีลบ้าง บุคคลกลุ่มนี้หากได้กัลยาณมิตรที่ดี ก็จะมีโอกาส มีความเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นบัวปริ่มน้ำได้ บัวปริ่มน้ำ เปรียบเทียบกับ บุคคลที่มีศีล รู้จักการรักษาศีล 5 ให้คงไว้ รู้จักมีเมตตา เผื่อแผ่ ถือศีล 5 ได้ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง แต่พยายามหมั่นฝึกฝน และมีโอกาสเป็นผู้เจริญแล้วได้ไม่ยาก บัวพ้นน้ำ เปรียบเทียบกับ ผู้รักษาศีล 5 ได้ครบถ้วน และไม่ละเลยการเพียรทำความดี เป็นผู้เจริญแล้ว ดอกบัวที่เราใช้กราบไหว้บูชา จึงมีความหมายและนัยมากกว่าการเป็นเพียงดอกไม้ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ความสวยงามไว้เพียงเท่านั้น หากกล่าวไปถึงในอดีต ดอกไม้หลากหลายชนิดบนโลกใบนี้อาจจะไม่ได้มีไว้เพียงแค่เป็นตัวแทน การกราบไหว้ เคารพนับถือบูชาเท่านั้น แต่ความงามของดอกไม้เป็นเสมือนอาภรณ์ที่ประดับร่างกาย เพื่อให้เกิดความสวยงาม เพราะดอกไม้ไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่งดงามท่านั้น แต่ดอกไม้ทุกชนิดบนโลกใบนี้ยังมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจอีกด้วย การนำดอกไม้มาประดิษฐ์เป็นอาภรณ์ หรือประดับร่างกาย ยังทำให้มีกลิ่นหอมหวน และจิตใจผ่องใสเบิกบานได้เช่นกัน นอกจากนี้ในบรรดาเครื่องหอมทั้งปวงของคนสมัยโบราณ […]

สวดมนต์ข้ามปี 2564 เสริมดวง แบบ New Normal !!

สวดมนต์ข้ามปี 2564 สริมดวง แบบ New Normal !!

ในช่วงแห่งการเฉลิมฉลองข้ามปี นอกเหนือจากการไปเคาท์ดาวน์ในที่ต่าง ๆ แล้ว การสวดมนต์ข้ามปี ก็นับได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดฮิตของเหล่าศาสนิกชน เป็นกุศโลบายที่ดี ที่ช่วยให้คนเข้าถึงศาสนา ซึ่งในช่วงปีหลัง ๆ เหล่าวัยรุ่น คนทำงานก็นิยมไปสวดมนต์ข้ามปีกันมากมาย เรียกว่าทำได้ทุกเพศทุกวัย และไม่ใช่เรื่องของคนแก่ คนเคร่งครัดอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ชาวพุทธทำสืบต่อกันมาอย่างช้านาน ในทุก ๆ ปีจะมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ก่อนการไปสวดมนต์ข้ามปีนั้นสิ่งที่ควรเตรียม คือ ชุดนุ่งขาวห่มขาว หรือ แต่งกายให้สุภาพ (หากผู้ที่สวดมนต์ข้ามปี ไม่ต้องการไปสวดที่วัด หากทำกิจกรรมที่บ้านก็สามารถแต่งกายได้ตามสบาย) ส่วนบทสวดมนต์ ก็สามารถถือหนังสือ หรือกระดาษที่มีบทสวดเท่านั้น ส่วนใหญ่ทางวัดจะมีหนังสือสวดมนต์ไว้แจกจ่ายหรือให้ยืม  สำหรับกิจกรรมในวันสวดมนต์ข้ามปี ตามวิถีพุทธมีดังนี้  กิจกรรมตั้งแต่เวลา 19.00 น. เริ่มกิจกรรม ทำวัตรสวดมนต์เย็น เวลา 20.00 น. สวดมนต์บทต่าง ๆ และสวดธรรมจักรกัปปวัตนสูตร แล้วเดินประทักษิณรอบพระอุโบสถ เวลา 21.00 น. สวดพระคาถา “มหาสันติงหลวง” ในคัมภีร์อุปปาตะสันติ (พระคาถาเพื่อก่อให้เกิดสันติแก่ชาวโลก) เวลา 22.00 น. สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ […]

คำว่า อนุโมทนา และ สาธุ ต่างกันอย่างไร ?

คำว่า อนุโมทนา และ สาธุ ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า คำว่า อนุโมทนา กับคำว่า สาธุ นั้นแตกต่างกันอย่างไง วันนี้ทางธาราญาจะมาอธิบายความหมายของคำทั้งสอง เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความหมาย และการใช้คำทั้งสองนี้ อนุโมทนา อนุโมทนา หมายถึง การแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ การอนุโมทนานั้นอาจทำได้ด้วยการพูด เขียนหนังสือ หรือแสดงกิริยาก็ได้ เช่น เมื่อได้ยินเสียงย่ำฆ้องกลองที่วัดในตอนเย็น แสดงว่าพระท่านทำวัตรเย็นจบ ก็ยกมือขึ้นประนมไหว้ เปล่งวาจาว่าสาธุ เป็นการอนุโมทนาต่อพระสงฆ์ที่วัด หรือมีใครทำบุญ แล้วมาบอกให้ทราบ ทราบแล้วก็ยกมือขึ้นสาธุ เป็นการอนุโมทนาบุญของเขาด้วยเรียกการพูดแสดงความยินดีในความดีของผู้อื่นว่า “อนุโมทนากถา” เรียกหนังสือรับรองการบริจาคที่วัดออกให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์ทำบุญว่า “อนุโมทนาบัตร หรือใบอนุโมทนา” เรียกบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาตามตัวอย่างข้างต้นว่า “อนุโมทนามัยบุญ” และการที่ภิกษุกล่าว สัมโมทนียกถา อันแปลว่า ถ้อย คำอันเป็นที่บันเทิงใจ ใช้เรียกการที่ภิกษุพูดแสดงความขอบคุณหรือกล่าวถึงประโยชน์และอานิสงส์ของ ความดี ของบุญกุศล ที่ทายกทายิกาได้ทำ เช่น ถวายอาหาร สร้างกุฏิ สร้างหอระฆัง เป็นต้น ไว้ในบวรพระพุทธศาสนา บางทีเรียกว่า อนุโมทนากถา ส่วนพิธีอย่างอื่นนอกจากนี้ควรจะอนุโมทนาต่อหน้าเสมอไปจึงจะสมควร พิธีอนุโมทนาแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ได้ 2 หัวข้อคือ             1. สามัญอนุโมทนา คือ การอนุโมทนาที่นิยมใช้ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ไม่จำกัดงานหนึ่งงานใด ก็คงใช้คำอนุโมทนาแบบเดียวกัน             2. […]