อายตนะ คืออะไร มีอะไรบ้าง ผัสสะทั้งหกแห่งกองทุกข์

อายตนะ

อายตนะ ผัสสะแห่งการรับกองทุกข์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกที่ทำให้เกิดขึ้นกับ ขันธ์ทั้ง 5 ทำให้เกิดการปรุงเเต่ง ( รูป , กาย , เวทนา , สังขารและ วิญญาณ) นำมาปรุงแต่งความรู้สึกต่าง ๆ ได้รับเวทนาทั้งสุข ทั้งทุกข์ หรือ เฉยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกปฏิบัติสมาธิ หรือ การฝึกวิปัสนากรรมฐาน ล้วนแล้วจะต้องเจอการเข้ามากระทบผ่าน อายตนะ ทั้ง 6 และการรับรู้นั้นล้วนแล้วต้องอยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์ เช่น ใจรับรู้ถึงความแก่ชรา แล้วนึกถึงไวเด็กที่ยังดูสดใส ผมดำ บัดนี้ ผมเร่ิมขาว  ย่อมรับรู้ผ่านทางอายนะ

บทความแนะนำ วิปัสสนากรรมฐาน คืออะไร ปฏิบัติอย่างไร การรู้แจ้งในธรรม

บทความแนะนำ ไตรลักษณ์ คืออะไร ธรรมะแห่งพระอริยะ

อายตนะ คืออะไร

 อ่านว่า อายะตะนะ แปลว่า ที่เชื่อมต่อ, เครื่องติดต่อ หมายถึงสิ่งที่เป็นสื่อสำหรับติดต่อกัน ทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น

ขอบคุณเพจ https://th.wikipedia.org/

 

อายตนะ มีอะไรบ้าง

สามารถแบ่งออกเป็น 2 อย่าง ดังนี้

อายตนะภายใน ได้แก่ ภายในร่างกายของเราเองเป็นแหล่งรับรู้สิ่งต่าง ๆ เข้ามาจากอายตนะภายนอกแล้วมากระทบเข้าสู่ขันธ์ทั้ง 5 กอง

  1. หู คือ การรับรู้เสียงต่าง ๆ
  2. ตา  การรับรู้ทางตา เห็นสิ่งต่าง ๆ
  3. จมูก การได้รับกลิ่นต่าง ๆ ผ่านจมูก
  4. ลิ้น การรับรส เช่น ความอร่อย รู้สึกเผ็ด ขม ต่าง ๆ
  5. กาย การรับรู้ถึงความรู้สึกผ่านทางร่างกาย เช่น โดนแดดร้อน เราก็รู้สึกร้อนในกาย
  6. ใจ ได้รับความรู้สึกถึงนาม เช่น ความรัก หรือ ได้รับรางวัล ก็จะรู้สึกดีใจ

อายตนะภายนอก ได้แก่

  1. รูป สิ่งของต่าง ๆ ที่ตามองเห็น ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวหรือไม่คลื่นไหว มีรูปทรงต่าง ๆ
  2. เสียง เช่น เสียงดนตรี ต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดการปรุงเเต่ง นำไปสู่การเกิดความรู้สึกต่าง ๆ ว่าเพาะหรือไม่ไพเราะ
  3. กลิ่น ได้รับรู้ผ่านทาง จมูก ถึงกลิ่นต่าง  ๆ เช่น เหม็นกลิ่นเน่าต่าง ๆ ผ่านจมูกก็ทำให้รู้สึกไม่ชอบ
  4. รส รสชาด ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้าไป เช่น ทางลิ้น
  5. โผฏฐัพพะ การได้ได้รับรู้ถึงผลสัมผัส
  6. ธรรมมารมณ์  อารมณ์ที่เกิดจากทางใจ จินตนาการถึงคนรัก ความรวย หล่อ อยากเป็นสิ่งต่าง ๆ ทำให้ใจรู้สึกรับรู้ถึงจินตนาการนั้น

อายตนะทั้งภายในและภายนอกเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ทำให้เกิดความรู้ซึ่งเกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน เมื่ออายตนะภายในซึ่งเป็นแดนรับรู้กระทบกับอารมณ์ คืออายตนะภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกรู้ ก็จะเกิดความรู้จำเพาะด้านของอายตนะแต่ละอย่างๆ ขึ้น เช่น ตากระทบรูป เกิดความรู้ เรียกว่า เห็น หูกระทบเสียง เกิดความรู้ เรียกว่า ได้ยิน เป็นต้น ความรู้จำเพาะแต่ละด้านนี้เรียกว่า วิญญาณ แปลว่า ความรู้แจ้ง คือรู้อารมณ์ ดังนั้นจึงมีวิญญาณ 6 อย่างเท่ากับอายตนะ และอารมณ์ 6 คู่ คือ วิญญาณทางตา ได้แก่ เห็น วิญญาณทางหู ได้แก่ ได้ยิน วิญญาณทางจมูก ได้แก่ ได้กลิ่น วิญญาณทางลิ้น ได้แก่ รู้รส วิญญาณทางกาย ได้แก่ รู้สิ่งต้องกาย วิญญาณทางใจ ได้แก่ รู้อารมณ์ทางใจ หรือรู้เรื่องในใจ

มีความเกี่ยวเนื่องกัน คือ

  1. จักขุ ตา เป็นแดนรับรู้รูป เกิดความรู้คือ จักขุวิญญาณ-เห็น
  2. โสตะ หู เป็นแดนรับรู้เสียง เกิดความรู้คือ โสตวิญญาณ-ได้ยิน
  3. ฆานะ จมูก เป็นแดนรับรู้กลิ่น เกิดความรู้คือ ฆานวิญญาณ-ได้กลิ่น
  4. ชิวหา ลิ้น เป็นแดนรับรู้รส เกิดความรู้คือ ชิวหาวิญญาณ-รู้รส
  5. กาย กาย เป็นแดนรับรู้โผฏฐัพพะ เกิดความรู้คือ กายวิญญาณ-รู้สิ่งต้องกาย
  6. มโน ใจ เป็นแดนรับรู้ธรรมารมณ์ เกิดความรู้คือ มโนวิญญาณ-รู้เรื่องในใจ

ขอบคุณจากเพจ https://www.gotoknow.org/posts/649002

ตัวอย่างนำธรรมะมาพิจารณา อายตนะภายในภายนอก

ตามกฏไตรลักษณ์ นั้นมีความไม่เที่ยง เข้ามาเป็นสัญญาณให้เราเห็น เช่น เราเห็นคนหนุ่มสาว แล้วกลับมามองเราที่กระจกที่แก่ชรา ผมขาว หงอก ซึ่งอายตนะ ทางตา ได้รับรู้ส่งถึงใจมีความรู้สึกสลด กลัวความแก่จากการที่ได้เห็นอายตนะทางรูป เกิดความรู้สึกทุกข์ หาทางจะไม่ยอมรับในทุกข์ นั้น เกิดเวทนาในความแก่ที่เป็นผลตามจริงธรรมชาติ ที่ทุกคนไม่สามารถจะหนีได้ นำไปสู่การแก่ชรา ป่วยเจ็บ ไข้ และนำไปสู่การตาย มรณะ ตามกฏปฏิจจสมุปบาท

พราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ
เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ
เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ
เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร