ศีล 5 มีอะไรบ้าง มีความหมายอย่างไร รักษาศีลดำเนินชีวิตเป็นสุข

ศีล 5

ศีล 5 เป็นหลักปฏิบัติตนเบื้องต้นตามคำสอนขององค์พระพุทธเจ้าได้ประทานสอนสำหรับผู้ครองเรือน หรือ ฆราวาส เพื่อเป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติสุข ผู้ใดรักษาศีลย่อมเป็นเป็นที่รักใคร่ของเหล่าเทวดา มีความเชื่อว่าผู้ที่รักษาศีลจะได้รับการปกป้องคุ้มครองจาก เหล่าเทวดา ให้ชีวิตเป็นสุข

ศีล แปลว่าอะไร

แปลว่า ความปกติของกายและวาจา กล่าวคือความปกติตามระเบียบวินัย, ปกติมารยาทที่สะอาดปราศจากโทษ, ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว, ข้อปฏิบัติในการฝึกหัดกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น, ความสุจริตทางกายวาจาและอาชีพ และยังมักใช้เป็นคำเรียกอย่างง่ายสำหรับคำว่า “อธิศีลสิกขา” อันได้แก่ข้อปฏิบัติขั้นต้นเพื่อการฝึกตนในทางพระพุทธศาสนาด้วย (เครดิตจากเพจ https://th.wikipedia.org/wiki/ศีล)

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ศีลนำพาสู่ความปกติของชีวิตมนุษย์ การที่เรายึดมั่นในศีลจะส่งผลการดำเนินชีวิตมีความปกติสุข ไม่เดือดร้อน กาย เดือนร้อนใจ ศีลจะส่งผลความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ ทางกาย วาจา และ ใจ ดำรงชีวิตปกติสุขในการเกิดมาเป็นมนุษย์

ศีล 5 มีอะไรบ้าง และ หมายถึงอะไร

หมายถึง หลักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่มอบไว้เป็นหลักธรรม และคุณธรรมพื้นฐาน 5 ข้อ ให้พุทธศาสนิกชน ฆราวาส และพระภิกษุ ยึดถือปฏิบัติตามมีดังนี้

1. ห้ามฆ่าสัตว์
2. ห้ามลักทรัพย์
3. ห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น
4. ห้ามพูดเท็จ
5. ห้ามดื่มสุรา และของมึนเมา

 

อานิสงส์ของการรักษาศีล

1. ทำให้อายุยืน ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน

2. ทรัพย์สมบัติที่อยู่ในความปกครอง มีความปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายมาราวี เบียดเบียนทำลาย

3. ระหว่างลูก หลาน สามี ภริยา อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ไม่มีผู้คอยล่วงล้ำกล้ำกรายต่างครองกันอยู่ด้วยความเป็นสุข

4. พูดอะไร มีผู้เคารพเชื่อถือ คำพูดมีเสน่ห์เป็นที่จับใจไพเราะ ด้วยสัตย์ด้วยศีล

5. เป็นผู้มีสติปัญญาดีและเฉลียวฉลาด ไม่หลงหน้าหลงหลัง จับโน่นชนนี่เหมือนคนบ้าคนบอหาสติไม่ได้ ผู้มีศีล เป็นผู้ปลูกและส่งเสริมสุขบนหัวใจคนและสัตว์ทั่วโลกให้ มีแต่ความอบอุ่นไม่เป็นระแวงสงสัย ผู้ไม่มีศีลเป็นผู้ทำลายหัวใจคนและสัตว์ ให้ได้รับความทุกข์เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ที่มา : https://www.sila5.com/home/blog/blog/var/44t25403t234

คำอาราธนาศีล สำหรับสวดมนต์ก่อนนอน

มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิยาจามะ, ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ,ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิยาจามะ, ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต,วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะปัญจะ สีลานิยาจามะ

อาราธนา ศีล 5

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

(ถ้าคนเดียวขึ้นต้นว่า “อะหัง ภันเต วิสุง วิสุง” และลงท้ายว่า “ยาจามิ”)

คำสมาทาน ศีล 5

  • ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าของดเว้น จากการฆ่าสัตว์
  • อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าของดเว้น จากการลักทรัพย์ ขโมย
  • กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าของดเว้น จากการประพฤติผิดในกาม
  • มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าของดเว้น จากการพูดเท็จ พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ
  • สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าของดเว้น จากการดื่มสุรา

การรักษาศีลนั้น เป็นจุดเร่ิมต้นของการนำพาไปสู่การนิพพาน หรือ สายกลางปฏิบัติ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ย่อมาจากคำสอนอันสำคัญ คือ อริยสัจ 4 ซึ่งผู้รักษาศีลจะเป็นผู้มีชีวิตมีความปกติสุข ดังคำว่า สีเล นะสุ ขะติง ยัน  สีเล นะโภคะ สัมปะทา สีเล นะนิพุทติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโส ธะเย ผู้มีศีลย่อมมีสุขคติ ถึงพร้อมด้วยทรัพย์ ศีลเป็นเหตุนำสู่รพะนิพาน รักษาศีลให้มีความปกติสุข