กฐิน พระราชทาน คืออะไร ? และมีความเป็นมาอย่างไร

เมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้ามายังสุวรรณภูมิและ ประดิษฐานอยู่บนผืนแผ่นดินนี้อย่างสถิตย์สถาพร ประชาชนไทยได้ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ การทอด กฐิน ก็ได้กลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองแผ่นดินสยามได้ทรงรับเรื่องกฐินนี้ขึ้นเป็นพระราชพิธีอย่างหนึ่ง การที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเกี่ยวกับกฐินเป็นพระราชพิธี ทำให้เรียกกฐินนี้ว่า กฐินหลวง วัดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นวัดราษฎร์หรือวัดหลวง หากพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐินแล้วจะเรียกว่า กฐินหลวงทั้งสิ้น ในสมัยต่อๆ มา เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชาชนมีศรัทธาเจริญรอยตามพระราชศรัทธาของพระเจ้าแผ่นดิน ได้รับพระมหากรุณาให้ถวายผ้าพระ กฐิน ได้ตามสมควรแก่ฐานะ เป็นเหตุให้แบ่งแยกกฐินหลวงออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ ๑.กฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธีกฐินดังกล่าวนี้ พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระ กฐิน ด้วยพระองค์เองเป็นประจำ ณ วัดสำคัญๆ ซึ่งทางราชการกำหนดขึ้น มีหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไว้อย่างเรียบร้อย ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค จำนวน ๑๖ วัด คือ ๑. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร๒. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร๓. วัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร๔. วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร๕. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร๖. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร๗. วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร๘. วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร๙. วัดราชาธิวาส […]

ความเป็นมาของการดูดวง

หากถามถึงความเป็นมาในการ ดูดวง คงต้องย้อนกลับไปถึงประวัติเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ซึ่งแต่เดิมมีความเชื่อกันว่าโหราศาสตร์มีจุดเริ่มต้นมาจากชาวอียิปต์ที่ถือเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่มีประวัติศาสตร์บนโลก และยังเป็นชนชาติแรกๆ ของโลกที่มีการทำบันทึกในเรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของกลุ่มดวงดาว สำหรับประเทศไทยนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของโหราศาสตร์เริ่มต้นเข้ามาในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในอดีตผู้ที่จะมีความรู้หรือใช้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโหราศาสตร์ได้จะเป็นคนจำพวกขุนนางทั้งหลายที่ยอมลงทุนใช้ทั้งชีวิตของพวกเขาในการศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ตั้งแต่ที่ตัวเองยังอายุน้อย โหราศาสตร์ในสมัยอดีตจะเน้นในเรื่องของการพยากรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นหลัก ใช้กันภายในราชสำนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันบางตำราก็บอกว่าโหราศาสตร์ไทยมีมาตั้งแต่ในยุคก่อนพระพุทธกาล คนที่ทำการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโหราศาสตร์ก่อนเป็นกลุ่มแรกๆ ก็คือเหล่าบรรดาดาบสและฤาษีทีอยู่ในป่าหิมพานต์บริเวณเทือกเขาหิมาลัย พวกเขาเหล่านี้คือคนที่ศึกษาในเรื่องของดวงดาวจนสามารถเข้าฌานเพื่อส่งกระแสจิตไปยังกลุ่มดวงดาวเหล่านั้นเพื่อสอบถามความเป็นมาเกี่ยวกับอำนาจและอิทธิพลของดวงดาวแต่ด้วยความที่ในยุคก่อนๆ ยังไม่ได้มีเรื่องราวของการจดบันทึกเอาไว้จึงไม่ได้มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามในยุคหลังๆ เรื่องของโหราศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของคนที่เป็นเจ้าขุนมูลนายหรือคนที่ทำงานอยู่ในราชสำนักอีกต่อไป เพราะเราจะเห็นได้ว่าเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ได้มีการส่งต่อมาจากสามัญชนธรรมดามันก็กลายเป็นเรื่องที่หลายคนค่อนข้างให้ความสนใจอย่างมาก จนมีการแตกแขนงการเรียนรู้ในเรื่องราวของโหราศาสตร์เกิดขึ้นมามากมายอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ยังคงน่าค้นหา น่าสนใจ และเชื่อว่ายังไงเสียก็ไม่มีทางที่จะสูญหายไปจากคนไทยอย่างแน่นอน

การจัด ชุดสังฆทาน ควรมีอะไรบ้าง เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด

ชุดสังฆทาน ควรมีอะไรบ้าง สังฆทาน คือ ของที่สามารถนำไปถวายเป็นสังฆทานได้ นิยมใช้เป็น ปัจจัยสี่ (ยกเว้นที่อยู่อาศัย) รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ซึ่งพระสงฆ์สามารถนำของในสังฆทานนั้นไปใช้ประโยชน์ได้จริง ดังต่อไปนี้ 1. อาหาร และ เครื่องดื่มสังฆทานอาหารและสังฆทานเครื่องดื่ม หลายคนอาจไม่รู้ว่าเราสามารถนำมาถวายเป็นสังฆทานได้ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้อบแห้งต่าง ๆ แยมทาขนมปัง รวมถึงอาหารกระป๋อง อาหารแห้ง ก็สามารถนำมาใส่ชุดสังฆทานถวายได้ เพราะพระสงฆ์สามารถฉันเพื่อบำรุงร่างกายเป็นกำลังในการทำงานเพื่อศาสนาต่อไป อีกทั้งเรายังสามารถถวายเครื่องดื่มต่าง ๆ ในชุดสังฆทานได้อีกด้วย 2. ยารักษาโรคยารักษาโรค เป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรถวายในชุดสังฆทาน โดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้านต่างๆ เช่น ยาแก้ปวดหัว ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นต้น 3. เครื่องนุ่งห่ม จีวรในชุดสังฆทานนั้นสามารถถวายเครื่องนุ่งห่ม จีวร หรือ ผ้าอาบน้ำฝนได้ เพราะเป็นของใช้ที่จำเป็นสำหรับพระสงฆ์ 4. เครื่องอุปโภคเครื่องอุปโภค ควรเป็นสิ่งของที่จำเป็นเพื่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เช่น – ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย เทียนเล่มเล็ก ธูป เพื่อให้พระสงฆ์ใช้เป็นแสงสว่างยามค่ำคืนและจุดเพื่อบูชา ถวายสักการะแด่พระพุทธเจ้า ซึ่งมีความหมายว่า แสงสว่างอันรุ่งโรจน์ในชีวิตที่โชติช่วงชัชวาล – อุปกรณ์เครื่องเขียน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพระสงฆ์ หรือสามเณรในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือไว้ใช้จดนัดหมายกิจนิมนต์ต่าง ๆ – อุปกรณ์ล้างห้องน้ำ เป็นเรื่องสุขอนามัยภายในวัดที่หลายคนอาจมองข้ามไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่มีญาติโยมไปทำบุญเป็นจำนวนมาก – หนังสือธรรมะ ซึ่งมีไว้เพื่อให้พระสงฆ์แจกให้แก่ผู้ที่มาฟัวเทศนาเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่พระสงฆ์ท่านสอนมากขึ้นเมื่อท่านเทศนาญาติโยมแล้วต้องการให้ผู้ที่มาฟังธรรมเข้าใจในสิ่งที่ท่านสอนมากขึ้น – มีดโกน พระสงฆ์ต้องปลงคิ้วและผมอยู่ตลอดเวลาจากการสอบถามพระสงฆ์ – แชมพู หลายคนอาจคิดว่าพระสงฆ์ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสระผม แต่แท้ที่จริงแล้วท่านยังต้องใช้ในการทำความสะอาดคราบเหงื่อไคลและเพื่อกำจัดเชื้อโรคต่างๆ บนหนังศีรษะ แต่ควรเลือกแบบที่ไม่มีกลิ่นหรือเป็นแชมพูยาจะดีที่สุด – กาน้ำชา พระสงฆ์สามารถพกติดตัวขณะแสดงธรรมหรือปฏิบัติศาสนกิจได้ โดยในการถวายสังฆทาน การจัด ชุดสังฑทาน […]

การ ทำบุญ ควรทำอย่างไรให้เกิดอานิสงส์มากที่สุด

ถ้าพูดถึงการ ทำบุญ หลายคนอาจคิดว่าเป็นสิ่งไหนก็ได้ แต่ความจริงแล้วตามหลักโหราศาสตร์ มีวิธีการทำบุญให้ได้อานิสงค์มากที่สุด หากใครทำแล้วก็จะส่งผลให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งการทำบุญที่ให้ได้อานิสงค์มากที่สุดมีดังนี้ 1. ถือศีล 5 เป็นประจำ จะช่วยเสริมดวงชะตาและจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีงามการทำดีและไม่เบียดเบียนใครถือเป็นการทำบุญกุศลที่ได้อานิสงส์เป็นผลให้เกิดความโชคดี และแก้เคราะห์ลดกรรมได้  2. การถือศีล 8 จะช่วยเสริมดวงและแก้เคราะห์ได้เช่นเดียวกับการถือศีล 5 แต่การถือศีล 8 นั้นปฏิบัติได้ยากยิ่งแต่เมื่อปฏิบัติได้สำเร็จจะได้กุศลแรงนักปฏิบัติแล้วยังช่วยเสริมดวงอำนาจบารมีได้  3. กินเจก็เพื่อลดละชีวิตสัตว์ ซึ่งได้อานิสงส์ผลบุญสูงและควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถ้าอธิษฐานไว้ว่า 7 วัน ก็ทำให้ครบ 7 วัน อาจตั้งจิตว่าจะทำทุกวันพระและทุกเดือนหรือปฏิบัติทุกเดือน เดือนละ 3 วัน หรือ 7 วัน เป็นต้น  4. ไหว้พระ และถวายดอกไม้ธูปเทียน รวมทั้งการปิดทองคำเปลวและเครื่องหอมผลบุญนี้จะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า  5. ถวายน้ำมันตะเกียง เพื่อความรุ่งโรจน์โชติช่วงของชีวิตเช่นเดียวกับความสว่างของแสงตะเกียง ทำให้พ้นจากความมืดมิดทั้งการดำเนินชีวิตรวมทั้งปัญหาและความคิดที่สว่างไสวไม่อับจนหนทาง 6. ถวายสังฆทาน เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยถวายสิ่งของจำเป็นแด่พระสงฆ์อานิสงส์ผลบุญจะส่งให้ชีวิตหมดเคราะห์หมดโศก จะทำสิ่งใดก็ราบรื่นไม่ติดขัดพบแต่ความสำเร็จสมปรารถนา รวมทั้งมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ ไม่ขัดสน 7. ไหว้พระไหว้บูชาเทพต่างๆ จะทำให้พบกับความสุข ความเจริญเกิดความสุขใจว่ามีที่พึ่งพิงยึดเหนี่ยวนำมาซึ่งกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไปและรู้สึกเสมอว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง  8. ทำบุญปล่อยสัตว์ เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น แต่ถือว่าได้บุญแรง จะต้องทำด้วยความตั้งใจจริงเช่น การไปซื้อสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าไปปล่อยไถ่ชีวิตวัวควายถวายวัดเพื่อมอบให้ชาวนานำไปใช้ประโยชน์ซื้อปลาในตลาดที่จะถูกฆ่าไปปล่อยน้ำ ผลบุญนี้ยังผลให้หมดทุกข์ […]

วิธี การไหว้พระพรหม ควรไหว้อย่างไรให้พรที่ขอสำเร็จผล

พระพรหมเป็นเทพผู้สร้างและกำหนดความเป็นไปของทุกสิ่ง ผู้ที่บูชาพระพรหมและประพฤติดี กระทำแต่ความดี จะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังตามที่หวังไว้ พระพรหมทรงมีพระพักตร์สี่หน้า ในทางพุทธ อาจหมายถึงพรหมวิหารสี่ เมื่อตั้งมั่นและยึดถือปฏิบัติก็ย่อมได้รับแต่สิ่งดีๆ และเป็นเทพองค์ใหญ่ ดังนั้น จึงมักมีการบูชาพระพรหมในสถานที่เปิด เพื่อให้มีคนมาเคารพกราบไหว้บูชาท่านให้มาก หน่วยงานราชการและองค์กร หรือบริษัทที่มีพนักงานหรือบุคลากรจำนวนมาก จึงเหมาะที่จะมีการจัดสร้างและตั้งศาลบูชาพระพรหม และมักตั้งในตำแหน่งที่ผู้คนเดินผ่านไป ผ่านมา ยิ่งมีผู้มาเคารพกราบไหว้บูชายิ่งมากก็ยิ่งดี ดังนั้น การตั้งศาลบูชาพระพรหม จึงไม่ควรบูชาในบ้าน โดยเฉพาะถ้าบ้านนั้นมีคนอยู่น้อยยิ่งไม่เหมาะสม อาจเป็นการทอนบารมีท่านได้ ในบ้านควรตั้งเพียงศาลเจ้าที่ และศาลพระภูมิก็พอ คาถาบูชาพระพรหม โอมปะระเมสะนะมัสการัม องการะนิสสะวะ รัง พรหมเรสสะยัม ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัม ทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเต นะมัตเตร จะ อะการัง ตโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา กัตถะนารัมลา จะสะระวะ ปะติตัม สัมโภพะกลโล ทิวะทิยัม มะตัมยะ คาถาบูชาพระพรหม แบบย่อ  […]

การเลือกซื้อสังฆทานออนไลน์ ควรเลือกดูจากอะไรบ้าง ?

สังฆทาน คืออะไร การถวาย สังฆทาน หรือเครื่องสังฆทาน เป็นการถวายสิ่งของรวมทั้งสังฆภัณฑ์แก่พระภิกษุ โดยไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นรูปใดถึงแม้ว่าในการถวายนั้นจะมีพระสงฆ์มารับประเคนเพียงรูปเดียว แต่หากจุดประสงค์ในการถวายทานมีจุดมุ่งหมายเพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์โดยรวมแล้วล่ะก็ถือว่าเป็นสังฆทานทั้งสิ้น วิธีการเลือกซื้อสังฆทาน คนไทยจำนวนมากมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และมีการทำบุญกันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งประเภทของการทำบุญที่ทำกันมากคือ การทำทาน ตักบาตรและการถวายสังฆทาน โดยในการทำบุญแต่ละครั้งก็จะจัดหาสำรับคาวหวานที่ปรุงแต่งอย่างประณีตเพื่อถวายแด่พระสงฆ์และสามเณร รวมทั้งถวายสังฆภัณฑ์ซึ่งเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในกิจของพระสงฆ์ซึ่งอาจถวายจำเพาะพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งหรือถวายโดยไม่เจาะจงก็ได้ ซึ่งอย่างหลังนี้ชาวพุทธมีความเชื่อกันว่าจะได้อานิสงส์มาก หากคุณไม่มีเวลาหรือหากไม่สะดวกที่จะจัดเตรียมของถวายสังฆทานด้วยตนเองสามารถเลือกซื้อได้จากร้านสังฆภัณฑ์โดยเลือกจากร้านที่จำหน่ายของที่ดีมีคุณภาพและต้องเป็นชุดสังฆภัณฑ์ จัดชุดสังฆทาน ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1. มีเครื่องหมาย อย. และมีฉลากรายละเอียดติดอยู่ที่สังฆภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชุดสังฆภัณฑ์, วันผลิต, วันหมดอายุ และราคาอย่างชัดเจน 2. สังฆภัณฑ์บรรจุอยู่ในหีบห่อที่แข็งแรง มิดชิด ไม่ฉีกขาด เพื่อให้แน่ใจว่าของที่บรรจุอยู่ภายในนั้นได้รับการปกป้องอย่างดีเพื่อรักษาคุณภาพของสังฆภัณฑ์ 3. พิจารณาดูว่าผลิตภัณฑ์ที่ประกอบเป็นเครื่องสังฆภัณฑ์นั้นเป็นของที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ ที่พระภิกษุสามารถใช้งานได้จริง 4. สังฆภัณฑ์ที่ดีจะต้องแยกสารเคมีและของใช้ออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดการไหลซึมเปื้อนหรือปนเปื้อนสารเคมีเพื่อให้พระภิกษุได้ใช้ของที่บรรจุอยู่ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไตรจีวร สังฆทานชุดแบบใด ก็สามารถถวายพระภิษณุและสามเณรได้ทั้งสิ้น ตามกำลังและศรัทธา FB • Facebook.con/dharaya.thLine • https://lin.ee/kIlk97YIG • instagram.com/dharaya.thTel • 091-945-6614www.dharayath.com

การ ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

การ “ทำบุญขึ้นบ้านใหม่” เป็นความเชื่อในเรื่องของความเป็นสิริมงคลให้กับตัวบ้านและผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านมือ 1 หรือ บ้านมือ 2 ก็ตาม จึงมี 6 สิ่งที่ต้องเตรียม ในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ดังนี้ 1. หาฤกษ์วันทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เริ่มต้นด้วยการหาฤกษ์วัน ทำบุญขึ้นบ้านใหม่  ทั้งนี้จะเลือกเป็นวันดี วันมงคล หรือ ฤกษ์สะดวกก็ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้าน  ซึ่งการกำหนดวันนั้นแนะนำให้มีการเผื่อวัน เพื่อไว้สำหรับการเตรียมการต่างๆ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการประกอบพิธีเกี่ยวกับบ้านในวันเสาร์ 2. นิมนต์พระสงฆ์ เมื่อได้วันทำบุญขึ้นบ้านใหม่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนิมนต์พระสงฆ์ ซึ่งควรนิมนต์ไว้ล่วงหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์  โดยให้บอกรายละเอียด เช่น งานอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ต้องการพระสงฆ์กี่รูป (ปกติแล้วจะนิมนต์พระสงฆ์ที่ 5, 7 หรือ 9 รูป ตามความเหมาะสม) ส่วนใหญ่จะนิมนต์พระ 9 รูป เพราะเชื่อเป็นเลขมงคล  โดยช่วงเวลาการเริ่มพิธี จะมีให้เลือก 2 ช่วงคือ  ถวายภัตตาหารเช้า (07.30 น.)  และ ถวายภัตตาหารเพล […]

การแก้กรรม ควรจะแก้อย่างไรให้ถูกต้อง และได้ผลจริง !!

กรรม คือ การกระทำด้วยเจตนา ทั้งในอดีตชาติ หรือในปัจจุบันก็ล้วนเป็นกรรมทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีผลกระทบต่อปัจจุบันและอนาคต “ใครทำกรรมใดไว้ กรรมนั้นย่อมไปตกอยู่ที่ผู้กระทำ” (การ แก้กรรม สามารถช่วยได้ จากหนักเป็นเบา)ไม่มีใครหลุดพ้นหรือหนีจากกฎแห่งกรรมไปได้ วิบากกรรมของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนว่างงาน บางคนไม่ประสบความสำเร็จกับการงาน ครอบครัวมีเหตุต้องทะเลาะกันเสมอ มีปัญหากับคนรักเป็นระยะๆ สร้างความทุกข์ให้กับตนเองอย่างมากมาย วิธีการ แก้กรรม มีมากมาย แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน วิธีที่จะมำให้กรรมบรรเทาลงได้นั้นมี ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี ถ้าเจ้ากรรมนายเวรจากส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายบริเวณที่เจ็บปวดได้รับอโหสิกรรมแล้วจะหายเจ็บปวดทันที กรรมนี้จะเบาลงและจะมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยสังเกตจากตัวเราเองว่า มีสิ่งที่ดีเข้ามามากขึ้นที่ป่วย ก็จะหาย ที่จนก็จะเริ่มมี แสดงว่าเราเริ่มมีบุญแล้ว หากกรรมยังเยอะ ก็ยังลำบากอยู่ วิธีการ แก้กรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ เช่น การใส่บาตร ถือศีล กินเจ ช่วยผู้ที่เดือดร้อน ถวายสังฆทาน สวดมนต์ กราบบิดามารดา ล้วนเป็นมหากุศล การทำบุญให้อธิษฐานจิตทุกครั้ง เพื่อนำส่งบุญให้ตัวเอง มีชีวิตที่ดีขึ้น เจริญขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นกุศลและเป็นบุญทั้งสิ้น คำกล่าวในการแก้กรรม คือ ให้ “ตั้งนะโม 3 จบ” ตามด้วย ข้าพเจ้า…..ชื่อตัวเอง…..นามสกุล………เกิดวันที่……….วันนี้ข้าพเจ้าขอตั้งจิตถึงบารมีสิ่งศักดิ์ทั่วสากลโลก รวมถึงองค์เทพองค์พรหมที่ปกปักษ์รักษากาย สังขาร วิญญาณลูกอยู่ วันนี้ลูกตั้งจิตถวาย……บุญที่ทำ……..ลูกขอถวายบุญกุศลนี้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ […]

สังฆทานยา คืออะไร ? และต้องจัดอย่างไรให้ถูกต้อง

สังฆทานยา คือ การจัดเครื่องสังฆทาน ด้วยยารักษาโรค เพื่อนำไปถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บำบัด รวมถึงการรักษาอาการอาพาธ เบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นการถวายจตุปัจจัยที่สำคัญ 1 ใน 4 โดยตรง คือ ยารักษาโรค และหากต้องการให้เกิดบุญ และให้ได้รับอานิสงส์แห่งบุญนั้น ก็ควรต้องเกิดจากจิตอันเป็นกุศล และใช้ปัจจัยที่ได้มาจากความสุจริต มีความตั้งใจและความปรารถนาดี ที่จะทะนุบำรุงศาสนา โดยผ่านการดูแลพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ให้มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อที่จะเผยแผ่และสืบทอดคำสอนขององค์พระสัมมาพุทธเจ้าสืบต่อไป นอกจากนี้ เราจำเป็นต้อง ใส่ใจด้วยการคำนึงถึงผู้ที่รับยานั้นไปใช้ด้วย โดยจำเป็นต้องรู้ว่ายาชนิดใดบ้างที่เหมาะสมและมีประโยชน์ แก่พระสงฆ์ เพราะหากเลือกเอาแต่ตามสะดวกของผู้ให้ การทำบุญนี้อาจจะไม่เกิดบุญ และอาจจะสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัว ข้อควรทราบในการจัดยาเพื่อนำไปถวายสังฆทาน สังฆทานยา 1. ต้องเป็นยาสามัญประจำบ้าน ยาสามัญประจำบ้าน เป็นกลุ่มยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งไม่ได้เป็นแพทย์หรือดำเนินการทางแพทย์สามารถใช้ได้อย่างไม่อันตรายเพื่อรักษาตนเองเบื้องต้น ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรง เช่น อาการไอ ปวดศีรษะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีบาดแผลเล็กๆน้อยๆ เป็นต้น และสามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ 2. ทำความเข้าใจเรื่องสรรพคุณในการบรรเทา หรือรักษาโรค ของยาในแต่ละประเภท […]

การ ทอดกฐิน ในประเทศไทย มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง ?

ทอดกฐิน เป็นประเพณีที่อยู่คู่กับพุทธศาสนิกชนไทยมาช้านานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยการถวายผ้าพระกฐิน ของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นจัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญมาตั้งแต่โบราณ กฐินหลวงกฐินหลวงคือผ้าพระกฐินที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปถวายด้วยพระองค์เองกฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงโปรดเกล้าให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จไปพระราชทานแทน กฐินหลวงนี้จัดเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ (ในปัจจุบันคงการเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคเท่านั้น) ทอดกฐิน หลวงในปัจจุบันมีเพียง 16 วัดเท่านั้น ได้แก่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหารวัดราชโอรสารามราชวรวิหารวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารวัดบวรนิเวศราชวรวิหารวัดราชาธิวาสราชวรวิหารวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหารวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหารวัดพระปฐมเจดีย์วัดสุวรรณดารารามวัดนิเวศธรรมประวัติวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (พิษณุโลก) กฐินต้นกฐินต้น เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานยังวัดราษฎร์เป็นการส่วนพระองค์ กฐินพระราชทานกฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกบินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร (ในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย) กฐินราษฎร์ในปัจจุบัน การถวายผ้ากฐินโดยทั่วไปในประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับ “บริวารกฐิน” มากกว่าผ้ากฐินซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการกรานกฐิน กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ราษฎรหรือประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาจัดถวายผ้ากฐิน และเครื่องกฐินไปถวายยังวัดราษฎร์ต่าง ๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นจุลกฐิน และมหากฐิน (กฐินสามัคคี) ในปัจจุบันกฐินราษฎร์ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า กฐินสามัคคี ผู้เป็นประธานหรือเจ้าภาพในการทอดกฐินจะให้ความสำคัญกับการรวบรวม (เรี่ยไร) เงินและสิ่งของเพื่อเข้าประกอบเป็นบริวารกฐินมากกว่า เพราะวัดสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้ และเนื่องจากการถวายผ้ากฐินเป็นกาลทาน จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นงานสำคัญประจำปีของวัดต่าง ๆ โดยทั่วไปในประเทศไทย