การ “ตัดกรรม การตัดเวร” คืออะไร?

ตัดกรรม

ตัดกรรม หลายท่านคงสงสัยว่า ตัดอย่างไร เพื่อจะได้พ้นทุกข์ หรือ ไม่เจอกับสิ่งที่ไม่ดี และ ตัดกรรมมีวิธีอะไรบ้าง ต้องไปที่ไหน ทำกับใคร แต่ในทางศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าใครทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรรมใดใครก่อไว้แล้วในเมื่อใจเป็นผู้จงใจทำลงไปแล้วเป็นกรรมอันเป็นบาป ภายหลังจึงมานึกได้และไม่ต้องการผลของบาป มันก็หลีกเลี่ยงปฏิเสธไม่ได้เพราะใจเป็นผู้สั่งให้กาย วาจา ทำลงไป พูดลงไป การ ตัดกรรม ที่แท้จริง คือ เราวางจากทุกสิ่ง แล้ว ทำจิตให้เกิดปัญญา ตามกฏของไตรลักษณ์ การดำเนินชีวิค ด้วยองค์มรรค 8 นั้นคือ วิธีการตัดกรรมด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

ตัดกรรม ตัดเวร คืออะไร 

ตัดกรรม คือ การหยุดทำความชั่วหยุดทำบาป การตัดเวร คือ การหยุดการพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน คือไม่แก้แค้นซึ่งกัน และกันรู้จักคำว่าให้อภัยซึ่งกันและกัน และผู้ที่ทำผิดก็ให้รู้จักคำว่าขอโทษ ผู้ที่ถูกขอโทษก็รู้จักคำว่าให้อภัย อันนี้เป็นอุบายตัดกรรมตัดเวร 

(ขอบคุณข้อมูล)https://today.line.me/th/v2/article/DYnGEo

โดยคติความเชื่อ “พิธีตัดกรรม” หรือ “การแก้กรรม” คือการชำระล้างกรรมเก่าๆ ที่แต่ละคนเคยทำไว้ในชาติก่อนๆ เพื่อชาตินี้จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ความรักราบรื่นและอื่นๆ เพราะจะไม่มีกรรมเก่ามารบกวนอีกต่อไป

 

ขออโหสิกรรม เจ้ากรรมนายเวร คืออะไร เป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่อง ตัดกรรม

กรรมที่เลิกแล้วต่อกัน ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมในภพชาติต่อๆ ไปการขออโหสิกรรม คือ การขอโทษในสิ่งที่ตนทำผิดต่อผู้อื่นด้วยใจจริง การให้อโหสิกรรม คือ การให้อภัยต่อความผิดพลาดพลั้งที่ผู้อื่นกระทำต่อตน

คำว่า อโหสิกรรม มาจากคำ 2 คำ คือ
อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว
กรฺม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำ หมายถึง การกระทำที่มีเจตนา
แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

อ่านบทความเกี่ยวกับ การขออโหสิกรรม การขออโหสิกรรมคืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร ?

ขออโหสิกรรม ตามหลักพระพุทธศาสนา เชื่อว่า

1) กรรมเบาบาง อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น สำเร็จในชีวิตนี้ และส่งผลชีวิตหน้า

บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้น จะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น หรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า

แต่กรรมที่ทำไว้นั้นถ้าเป็นกรรมเบาอาจจะไม่ส่งผลก็ได้ หากทำให้กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม
นั่นคือ ในฐานะที่ชาวพุทธ เมื่อได้ประพฤติล่วงเกินผู้อื่น ก็ควรขอให้ผู้นั้นยกโทษให้ และในทำนองเดียวกันหากมีผู้มาขออโหสิกรรมจากเรา ก็ควรยกโทษให้ ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรกัน เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดความรักใคร่กัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

2) อานิสงส์สูง เพราะละการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ยกระดับก้าวสู่มรรคผลนิพพาน

อโหสิกรรมหรืออภัยทาน-สามารถทำได้จากความเมตตาที่มีอยู่เพียงพอในจิตใจ จึงมีอานิสงส์ใกล้เคียงกับธรรมทาน ที่ถือว่ามีอานิสงส์สูง เพราะเป็นการให้ปัญญา-แสงสว่างเพื่อพัฒนาจิตใจของผู้อื่นให้ก้าวหน้าไปสู่มรรค-ผล-นิพพานในที่สุดต่อไปตามวาสนาบารมีแห่งตน

อ่านบทความแนะนำ ถวายผ้าไตรจีวร แก้กรรม อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเริ่มต้นปีใหม่ให้ชีวิตปัง

ความเชื่อพิธี การตัดกรรมอื่น ๆ การสะเดาะเคราะห์เพื่อตัดกรรม

“พิธีตัดกรรม” เป็นประเพณีนิยมของชาวมอญรามัญ ชาวพม่า เมื่อครั้งอดีตกาลและได้สืบทอดกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน ชาวพม่าเชื่อว่ายังมีสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกว่านี้อีก สิ่งนั้นคือ “อดีตกรรม” เชื่อในเรื่องอดีตกรรมที่ตายตัว และโชคชะตาที่อาจปรับเปลี่ยนได้ด้วยการสวดมนต์ และการประกอบพิธีกรรม จึงต้องมีบทสวดต่างๆ ไว้เพื่อป้องกันภยันตราย ประกอบพิธีกรรมขึ้นมาเพื่อการสะเดาะเคราะห์กับองค์พระเจดีย์ และพระพุทธรูป สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหมาะกับบุคคลนั้นๆ อย่างเช่นที่ มหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเชื่อกันว่าการร่วมบูชาแม่ยักษ์จะสามารถช่วยในการตัดกรรมหรือศัตรูได้ เป็นต้น

การสะเดาะเคราะห์ หรือ “ยะดะยา-เฉ่” เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการขจัดความกลัวอันเกิดขึ้นโดยทั่วไปกับมนุษย์ และเพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต มักมีความเกี่ยวเนื่องกับโชคชะตา การดูดวงชะตา ซึ่งชาวพม่าส่วนมากยังมักต้องพึ่งพาคำทำนายของหมอดูดวงชะตาอยู่เป็นประจำ พร้อมกับคำแนะนำสำหรับการสะเดาะเคราะห์ของแต่ละคนด้วย

อ่านเพิ่มเติมเรื่องเกี่ยวกับ การสะเดาะเคราะห์ 

วิธีการสะเดาะเคราะห์ ตัดกรรม มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ปล่อยนกปล่อยปลา เลี้ยงอาหารสัตว์ มอบสิ่งของให้ผู้อื่น กินผลไม้บางชนิด ทิ้งขยะให้พ้นจากบ้าน การถวายสังฆทาน และถวายฉัตรต่อพระเจดีย์ ในบรรดาคำแนะนำเพื่อการสะเดาะเคราะห์นั้น การถวายฉัตรต่อองค์พระเจดีย์ ดูจะเป็นข้อปฏิบัติที่กระทำกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะหากพบกับปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ก็ตาม ชาวพม่ามักถือว่าการสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีดังกล่าวนั้นเป็นบุญกิริยาที่ประเสริฐสุด เชื่อว่าหากมีวาสนาได้ถวายพระฉัตรแด่องค์พระเจดีย์ ชีวิตก็จะมีแต่ความร่มเย็นและประสบแต่ความสำเร็จ


แต่ไม่ว่าจะเป็นชาวพม่าหรือชาวไทยที่ยังมีความเชื่อเรื่องบุญ-กรรม อยู่ เราก็มักจะเห็นพิธีกรรมความเชื่อเหล่านี้หลงเหลืออยู่ในวิถีชีวิตของชาวบ้านให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจะเรียกพิธีกรรมเหล่านี้แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น พิธีสวดถอนวิบากกรรม สวดแก่บ่วงกรรม สวดปลดกรรม สวดบังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย

มรรค 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์ และ ตัดกรรม ให้พ้นทุกข์อย่างแท้จริงในพุทธศาสนา

มรรค คือ หนทางสู่ความดับทุกข์ เป็นหนึ่งใน อริยสัจ 4 จึงเรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ประการ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าอริยมรรคมีองค์ 8 นี้เป็นทางสายกลาง คือเป็นข้อปฏิบัติอันพอดีที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้น

ตามวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงอธิบายรายละเอียดไว้ดังนี้

สัมมาทิฏฐิ(ความเห็นที่ถูกต้อง) หมายถึง ความรู้ในอริยสัจ 4
สัมมาสังกัปปะ(ความคิดที่ถูกต้อง) หมายถึง ความคิดในการออกจากกาม ความไม่พยาบาท และการไม่เบียดเบียน
สัมมาวาจา(วาจาที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ
สัมมากัมมันตะ(การปฏิบัติที่ถูกต้อง) หมายถึง เจตนาละเว้นจากการฆ่า โจรกรรม และการประพฤติผิดในกาม
สัมมาอาชีวะ(การหาเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากมิจฉาชีพ การละเว้นจากอาชีพฆ่าสัตว์ อาชีพที่เบียดเบียนผู้อื่น
สัมมาวายามะ(ความเพียรที่ถูกต้อง) หมายถึง สัมมัปปธาน 4 คือ ความพยายามป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิด ละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ทำกุศลที่ยังไม่เกิด และดำรงรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว
สัมมาสติ(การมีสติที่ถูกต้อง) หมายถึง สติปัฏฐาน 4
สัมมาสมาธิ(การมีสมาธิที่ถูกต้อง) หมายถึง ฌาน 4

 

ชุดกำลังวัน

เสริมดวงเกิด เหมาะสำหรับทำบุญวันเกิด หรืองานบุญทั่วไป สามารถเลือกสีเทียน & ริบบิ้น ตามสีของกำลังวันเกิด

เชิญดูรายละเอียดเพิ่มเติม

สังฆทานชุด

ธาราญา เพียบพร้อมบริบูรณ์ เหมาะสำหรับ งานมงคลพิเศษ อาทิ งานบวชพระ ทำบุญบ้าน ทำบุญวันเกิด

เชิญดูรายละเอียดเพิ่มเติม